WELCOME TO....
TAPACO PUBLIC COMPANY LIMITED
Investor Relations Financial Information MD&A
Email This Print This 

รายได้

ในช่วงปี 2559/2560 รายได้จากการขายสินค้าและให้บริษัทของบริษัทและบริษัทย่อยเพิ่มขึ้นร้อยละ 104.38 เมื่อเทียบกับปี 2558/2559 โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.15 และมีรายได้จากการก่อสร้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 87.23

โครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย

ประเภทธุรกิจ ปี 2559
รายได้
(หน่วย : พันบาท)
% ปี 2560
รายได้
(หน่วย : พันบาท)
%
ธุรกิจชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์ 645,202 40.31 732,355 31.19
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 955,374 59.69 1,615,397 68.81
รวม 1,600,576 100.00 2,347,752 100.00

โครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ ตามงบการเงินเฉพาะกิจการ แยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ (รวมถึงการขายแม่พิมพ์)

ประเภทผลิตภัณฑ์ ช่วงปี 2559 ช่วงปี 2560
ล้านบาท % ล้านบาท %
ชิ้นส่วนเครื่องใช้สำนักงาน 473.01 79.99 485.59 81.04
ชิ้นส่วนยานยนต์ 67.80 11.47 76.56 12.78
ชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์พลาสติกอื่นๆ 50.55 8.55 37.03 6.18
รวม 591.36 100.00 599.18 100.00
  1. รายได้จากการขายชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับเครื่องใช้สำนักงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากลูกค้ามีการเปิดโรงงานแห่งใหม่ และขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการย้ายการผลิตมายังบริษัทฯ เพิ่มขึ้น
  2. รายได้จากการขายชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับรถยนต์ขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  3. รายได้จากชิ้นส่วนพลาสติกอื่น ๆ ลดลงเนื่องจากลูกค้ามีการย้ายฐานการผลิตออกไปยังประเทศที่ค่าแรงต่ำกว่าเพิ่มขึ้น

โครงสร้างรายได้ของบริษัทฯและ TAPM แยกตามประเภทของการให้บริการ

ประเภทธุรกิจ ปี 2559 ปี 2560
ล้านบาท สัดส่วนของรายได้ (%) อัตราการเจริญเติบโต (%) ล้านบาท สัดส่วนของรายได้ (%) อัตราการเจริญเติบโต (%)
รายได้จากการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรม 552.72 86 -13.02 631.25 84.31 14.21
รายได้จากการขายและให้บริการทางด้านแม่พิมพ์ 92.48 14 75.77 117.46 15.69 27.01
รวม 645.20 100 -6.23 748.71 100 16.04

จะเห็นได้ว่า บริษัทมีรายได้จากการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรมลดลง แต่มีรายได้จากการขายและให้บริการด้านแม่พิมพ์เพิ่มขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ต้นทุนขาย

โครงสร้างต้นทุนและอัตราส่วนกำไรเบื้องต้นของบริษัทฯ

ในช่วงปี 2560 มีต้นทุนจากการขายและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.19 และต้นทุนค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 77.95 เมื่อเทียบกับปี 2559 ซึ่งต้นทุนขายและบริการ และต้นทุนค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นทิศทางเดียวกับรายได้ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าต้นทุนเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ เป็นผลให้มีอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับการขายและบริการเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 28.10 ในปี 2559 เป็นร้อยละ 31.76 ในปี 2560 และกำไรขั้นต้นสำหรับการก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.89 ในปี 2559 เป็นร้อยละ 10.55 ในปี 2560 จากความสามารถในการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร

ในช่วงปี 2560 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายรับรวมของบริษัทอยู่ที่ร้อยละ 9.53 ลดลง เมื่อเทียบกับปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 10.77 เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริหารรวมถึงรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น ในขณะที่บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายให้เพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้

ต้นทุนทางการเงิน

ในส่วนของต้นทุนทางการเงิน บริษัทฯมีต้นทุนทางการเงินในปี 2560 เป็นเงินทั้งสิ้น 22.31 ล้านบาท จากปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ 31.21 ล้านบาท อันเนื่องมาจากบริษัทฯ มีเงินกู้ยืมเงินระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงินลดลงจากการจ่ายชำระ

กำไรสุทธิ

บริษัทฯมีกำไรสุทธิในช่วงปี 2560 ในงบการเงินรวมบริษัทฯ (กำไรเฉพาะส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่)อยู่ที่ 210.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ 112.99 ล้านบาท อันเนื่องจากมีรายได้เพิ่มขึ้นและบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ

สินทรัพย์

องค์ประกอบของสินทรัพย์รวมตามงบการเงินเฉพาะและงบการเงินรวมของบริษัทฯ

ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 บริษัทฯมีสินทรัพย์ตามงบการเงินรวมทั้งสิ้น 2,073.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2559 ซึ่งบริษัทฯมีสินทรัพย์ตามงบการเงินรวมทั้งสิ้น 1,554.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 33.35 อันเนื่องจากบริษัทฯ มีเงินสดและรายการเงินฝากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น

ลูกหนี้การค้า

ในช่วงปี 2560 ลูกหนี้ตามงบการเงินรวมของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 อยู่ที่ 370.98 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นลูกหนี้การค้าส่วนที่เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 307.35 ล้านบาท และส่วนที่เป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนจำนวน 63.62 ล้านบาท และคิดเป็นร้อยละ 17.89 ของสินทรัพย์รวม ณ วันดังกล่าว โดยมีระยะเวลาเก็บหนี้ในงวดปี 2560 อยู่ที่ 37 วัน ลดลงจากในปี 2559 ที่เท่ากับ 55 วัน บริษัทฯมีนโยบายที่จะรักษาระยะเวลาในการเก็บหนี้ให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯต่อไป ลูกหนี้การค้าในช่วงปี 2559-2560 สามารถแยกอายุลูกหนี้ได้ดังต่อไปนี้

ยอดคงเหลือของลูกหนี้การค้าแยกตามอายุหนี้ที่ค้างชำระ

หน่วย: พันบาท

  งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะบริษัท
2559 2560 2559 2560
บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน
ยังไม่ถึงกำหนดชำระ 955 - - -
เกินกำหนดชำระน้อยกว่า 3 เดือน - - - -
รวม 955 - - -
บริษัทที่ไม่เกี่ยวข้องกัน        
ยังไม่ถึงกำหนดชำระ 356,187 286,466 93,008 103,256
เกินกำหนดชำระน้อยกว่า 3 เดือน 17,178 14,498 15,759 13,241
มากกว่า 3 เดือน ถึง 6 เดือน 1,030 5,696 937 -
มากกว่า 6 เดือน ถึง 12 เดือน 4,146 - - -
มากกว่า 12 เดือนขึ้นไป 4,614 4,769 - -
รวม 383,155 311,409 109,704 116,767
หัก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (2,135) (4,056) - -
สุทธิ 381,020 307,353 109,704 116,767

บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีนโยบายตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเท่ากับจำนวนหนี้ที่คาดว่าจะเรียกเก็บไม่ได้จากลูกหนี้ โดยประมาณขึ้นจากการสอบฐานะทางการเงินในปัจจุบันของลูกหนี้เป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560บริษัทฯได้มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับหนี้ จำนวน 4.06 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามลูกหนี้การค้าส่วนใหญ่อยู่ในช่วงยังไม่ถึงกำหนดชำระซึ่งคิดเป็นร้อยละ 91.98 ของลูกหนี้การค้ารวม นอกจากนี้ บริษัทฯก็ได้มีการติดตามทวงถามและลูกหนี้การค้าของบริษัทฯก็ได้ทยอยชำระมาโดยตลอด

สินค้าคงเหลือ

องค์ประกอบของสินค้าคงเหลือของบริษัทฯ

หน่วย: พันบาท

  งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะบริษัท
  2559 2560 2559 2560
อสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 122,028 195,711 - -
วัตถุดิบ (รวมวัตถุดิบที่นำกลับมาใช้ใหม่) 45,822 41,922 42,306 29,233
สินค้าสำเร็จรูป 1,210 10.015 - -
งานระหว่างทำ 40,316 44,912 39,569 44,308
วัสดุโรงงาน 6,646 10,253 5,351 9,256
รวม 216,022 302,873 87,226 82,797
หัก ค่าเผื่อขาดทุนจากสินค้าเสื่อมสภาพและเคลื่อนไหวช้า (2,438) (1,698) (2,438) (1,698)
สินค้าคงเหลือสุทธิ 213,584 301,175 84,788 81,099

ในช่วงปี 2560 สินค้าตามงบการเงินรวมของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 และ 31 ตุลาคม 2559 อยู่ที่ 301.18 ล้านบาท และ 213.58 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 41.01 ล้านบาท เนื่องจาก ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 บริษัทฯ มีสินค้าประเภทอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจากส่วนธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น

ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 และ 31 ตุลาคม 2559 บริษัทฯมีค่าเผื่อขาดทุนจากสินค้าเสื่อมสภาพตามงบการเงินรวมเป็นเงิน 1.70 ล้านบาท และ 2.44 ล้านบาท ตามลำดับ โดยเป็นการตั้งค่าเผื่อสำหรับวัตถุดิบบางรายการซึ่งอาจมีการเคลื่อนไหวช้าหรือไม่มีการเคลื่อนไหว โดยวัตถุดิบดังกล่าวอยู่ในรูปวัตถุดิบที่ยังไม่ได้ใช้งานหรือวัตถุดิบที่ใช้แล้วและนำมาบดเพื่อรอนำกลับมาใช้ แต่อาจมีการเปลี่ยนรุ่นผลิตภัณฑ์หรือเปลี่ยนชนิดของวัตถุดิบก่อนหรือมีการกำหนดอัตราส่วนการนำวัตถุดิบไปใช้ผสม ทำให้ไม่สามารถใช้วัตถุดิบดังกล่าวให้หมดไปได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการพยายามพูดคุยกับลูกค้าเพื่อให้สามารถปรับใช้วัตถุดิบที่เคลื่อนไหวช้าหรือไม่มีการเคลื่อนไหวดังกล่าวให้ลดลงและหมดไป

ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยในช่วงปี 2560 ตามงบการเงินรวมของบริษัทฯอยู่ที่ 94 วัน อันเนื่องจากบริษัทฯมีสินค้าคงเหลือส่วนใหญ่เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและการพัฒนา ซึ่งจะมีอัตราการหมุนที่ช้ากว่าสินค้าทั่วไป ประกอบกับบริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บสต็อกวัตถุดิบ รวมถึงสินค้าสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูปเพื่อเตรียมจัดส่งให้แก่ลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น บริษัทฯมีนโยบายที่จะเก็บสต็อกวัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติก และสินค้าคงเหลืออื่นๆไว้เป็นสินค้าคงคลังในปริมาณที่เพียงพอที่จะใช้ผลิตสินค้าได้ประมาณ 1 เดือน อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของบริษัทฯมีนโยบายที่จะให้การบริหารสินค้าคงคลังของบริษัทฯเป็นแบบยืดหยุ่น ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายบริหารสินค้าคงคลังดังกล่าวได้กล่าวไว้แล้วในส่วนที่ 3

สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น

บริษัทฯมีสินทรัพย์หมุนเวียน ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 และ วันที่ 31 ตุลาคม 2559 เท่ากับ 34.28 ล้านบาท และ 126.42 ล้านบาท โดยลดลงเนื่องจาก ในช่วงปี 2558/2559 บริษัทฯ มีลูกหนี้จากการขายอสังริมทรัพย์เพื่อการลงทุน เท่ากับ 109.38 ล้านบาท แต่ในช่วงปี 2559/2560 คงเหลือจำนวน 15.91 ล้านบาท

สินทรัพย์ถาวร

บริษัทฯและบริษัทย่อยเป็นผู้ผลิต ดังนั้นสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของบริษัทฯจะเป็นสินทรัพย์ระยะยาว ได้แก่ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ โดยในปี 2559/2560 บริษัทฯมีทรัพย์สินถาวรเท่ากับ 612.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปี 2558/2559 ซึ่งอยู่ที่ 562.14 ล้านบาท อันเนื่องมาจากในช่วงปี 2559/2560 บริษัทฯได้ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นจำนวน 6.25 ล้านบาท การก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 26.40 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจำนวน 47.09 ล้านบาท และสินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างจำนวน 39.59 ล้านบาท ประกอบกับระหว่างปีมีการจำหน่ายสินทรัพย์ออกไปจำนวนรวม 1.34 ล้านบาท และมีค่าเสื่อมจำนวน 69.29 ล้านบาท

สภาพคล่อง

กระแสเงินสด

ในปี 2559/2560 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมการดำเนินงานที่ 368.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558/2559 ซึ่งอยู่ที่ 77.55 ล้านบาท ปี 2559/2560 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิที่ใช้ไปในกิจกรรมการลงทุน 202.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558/2559 ซึ่งอยู่ที่ 196.28 ล้านบาท อันเนื่องจากบริษัทฯ ใหกู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทอื่นเพิ่มขึ้นรวมถึงมีการลงทุนในที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น ขณะที่ปี 2559/2560 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิรับจากกิจกรรมจัดหาเงิน 113.67 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2558/2559 ซึ่งอยู่ที่ 117.62 ล้านบาท

อัตราส่วนสภาพคล่องและ Cash Cycle

วงจรเงินสดของบริษัทฯในช่วงปี 2559/2560 อยู่ที่ 72 วัน เพิ่มขึ้นจากปี 2558/2559 ซึ่งอยู่ที่ 69 วัน เนื่องจากบริษัทมีระยะเวลาการขายสินค้าที่นานขึ้นจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ในช่วงเวลาเดียวกัน อัตราส่วนสภาพคล่องเท่ากับ 1.80 เท่า ขณะที่อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วเท่ากับ 1.38 เท่า โดยมีอัตราส่วนที่ดีขึ้นกว่าปีก่อน ที่มีอัตราส่วนน้อยกว่า 1 ทั้งนี้เป็นผลมาจากบริษัทย่อยที่ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

อัตราส่วนนโยบายทางการเงิน

อัตราส่วนแสดงความสามารถในการชำระดอกเบี้ยของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ช่วงปี 2560 อยู่ที่ 13.56 เท่า เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ 4.92 เท่า ทั้งนี้เกิดจากบริษัทฯ มีผลประกอบการที่ดีขึ้นและมีจำนวนเงินกู้ยืมลดลง

แหล่งที่มาของเงินทุน

หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้นและอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น

ความเหมาะสมของโครงสร้างเงินทุน

แหล่งเงินทุนส่วนใหญ่ของบริษัทฯมาจากแหล่งเงินทุนประเภทหนี้ทั้งในรูปของหนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินไม่หมุนเวียน โดย ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 และ 31 ตุลาคม 2559 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt-to-Equity Ratio) ตามงบการเงินรวมอยู่ที่ 0.76 และ 1.43 เท่า ตามลำดับ

ที่ผ่านมาบริษัทฯสามารถจ่ายชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยได้ตามกำหนดเวลาการคืนหนี้ ประกอบกับสถาบันการเงินที่ให้บริษัทฯกู้ยืมเงินเห็นว่าทรัพย์สินที่บริษัทฯนำมาใช้ค้ำประกันเงินกู้มีมูลค่าเหมาะสมกับวงเงินกู้ ทำให้สถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อแก่บริษัทฯไม่ได้ตั้งข้อจำกัดในการกู้ยืมเงิน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีนโยบายในการรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เกิน 2 เท่า

หนี้สินรวม

ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 ภาระหนี้สินทั้งตามงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเงินกู้ระยะสั้นรวมถึงเจ้าหนี้การค้า ในขณะที่ภาระหนี้สินไม่หมุนเวียนทั้งหมดเป็นเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินและบุคคลอื่น และหนี้สินผลประโยชน์พนักงานหลังออกจากงาน ภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย (ไม่รวมสัญญาเช่าทางการเงิน) ตามงบการเงินรวมของบริษัทฯอยู่ที่ร้อยละ 50.43 ของภาระหนี้สินรวม โดย ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีหนี้สินรวม 893.30 ล้านบาท ลดลงจาก ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2559 ซึ่งอยู่ที่ 919.30 ล้านบาท อันเนื่องจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินลดลง

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ตามงบการเงินรวม อยู่ที่ 1,180.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ ช่วงเดียวกันของปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ 635.53 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นในส่วนของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว จาก 200.17 ล้านบาท เป็น 412.02 ล้านบาท และส่วนเกินมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้น จาก 139.39 ล้านบาท เป็น 361.30 ล้านบาท จากการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ และจากการออกหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 49,839,636 หุ้น ในราคา 2.60 บาท ต่อหุ้น

ในปี 2557 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ TAPAC-W2 จำนวน 75,755,674 หน่วย อายุ 3 ปี โดยวันใช้สิทธิครั้งแรก คือวันที่ 31 กรกฎาคม 2557 และวันใช้สิทธิครั้งสุดท้ายคือ 28 เมษายน 2560 อัตราการใช้สิทธิ 1:1 ราคาแปลงสิทธิ 2.10 บาท โดยในปี 2557 มีการใช้สิทธิแปลงทั้งสิ้น 25,000 หน่วย ในปี 2558 มีการใช้สิทธิแปลงทั้งสิ้น 6,354,850 หน่วย และในปี 2559 มีการใช้สิทธิแปลงทั้งสิ้น 42,283,962 หน่วย และในปี 2560 มีการใช้สิทธิแปลงทั้งสิ้น 34,092,626 หน่วย

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 บริษัทฯ มีการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ TAPAC-W3 จำนวน 128,040,104 หน่วย โดยวันใช้สิทธิครั้งแรก คือวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 และวันใช้สิทธิครั้งสุดท้ายคือ 3 เมษายน 2562 อัตราการใช้สิทธิ 1:1 ราคาแปลงทั้งสิ้น 6 บาท ต่อหุ้น

ปัจจัยและอิทธิพลที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานหรือฐานะการเงินในอนาคต

  • ความสามารถในการขยายฐานลูกค้าของบริษัทฯ และบริษัทย่อย

    ในช่วงที่ผ่านมา ทางผู้บริหารของบริษัทฯดำเนินนโยบายที่จะเพิ่มยอดขายด้วยการเพิ่มยอดสั่งซื้อทั้งจากลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันและการหาลูกค้าใหม่ ในช่วงปี 2560 บริษัทฯ มีลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น 3 ราย แม้ว่าจะเพิ่มเริ่มมีการซื้อขายในจำนวนเงินที่ไม่มากนัก บริษัทฯ ได้พยายามที่จะพัฒนาทีมการตลาดของบริษัทฯอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทีมการตลาดของบริษัทฯเองก็ได้เข้าไปพบลูกค้ารายใหม่ๆและแสดงผลงานของบริษัทฯอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ได้คำสั่งซื้อจากลูกค้าเหล่านั้นเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทมุ่งเน้นการให้บริการครบวงจรทั้งการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์ การผลิตและประกอบ ตรวจสอบ ทดสอบชิ้นส่วนพลาสติก เพื่อให้สามารถรองรับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น

  • การขยายการทำธุรกิจไปสู่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศสวีเดน

    บริษัทได้ขยายธุรกิจไปยังธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ประเทศสวีเดนโดยการซื้อหุ้นของ C4HusAB ในสัดส่วนร้อยละ 75.25 การขยายธุรกิจไปยังธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จำต้องใช้เงินทุนในการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทำให้บริษัทจะต้องระดมเงินทุนทั้งจากการเพิ่มทุนและการกู้ยืมเงินกู้ระยะยาว อย่างไรก็ตามบริษัทจะคงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ให้เกินกว่า 2 เท่า เพื่อคงความสามารถในการขยายการลงทุนต่อไปในอนาคต

    การลงทุนในธุรกิจที่ประเทศสวีเดนอาจทำให้บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและอาจกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัท อย่างไรก็ตามบริษัทใช้แหล่งที่มาของเงินลงทุนและเงินกู้ยืมในสกุล SEK และเป็นเงินสกุลเดียวกันกับรายได้และค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นจึงเป็นการสร้างสมดุลระหว่างรายได้และค่าใช้จ่ายต่างๆทีเกี่ยวข้องให้ได้มากที่สุด ดังนั้นบริษัทเชื่อว่าความเสี่ยงจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก